การตรวจเต้านมด้วยเครื่องแมมโมกราฟฟี่

อะไรคือ เครื่องแมมโมกราฟฟี่ (Mammography)
แมมโมกราฟฟี่ (Mammography) เป็นเครื่องมือทางการแพทย์ที่ใช้สร้างภาพภายในเนื้อเยื่อของเต้านมโดยใช้รังสีเอ็กซ์ขนาดกำลังต่ำ การตรวจแมมโมกราฟฟี่หรือที่เรียกกันว่า แมมโมแกรม นั้นเป็นการตรวจเพื่อหามะเร็งเต้านมในระยะเริ่มต้น ในขณะที่ยังไม่แสดงอาการ ซึ่งทำให้มีโอกาสรักษาหายขาดมากที่สุด

ปัจจุบันมี 3 เทคโนโลยีใหม่ของ แมมโมกราฟฟี่ที่ควรทราบคือ

Digital mammography หรือ Full-filed digital mammogram (FFDM) 
เป็นเครื่องตรวจเอ็กซเรย์แมมโมกราฟฟี่ที่ ฟิล์ม ถูกแทนที่ด้วยแผงอิเล็คโทรนิคที่ช่วยในการสร้างภาพบนจอคอมพิวเตอร์ เหมือนกับการแทนที่ฟิล์มในกล้องถ่ายภาพด้วยระบบอิเลคโทรนิค ซึ่งการแทนที่ฟิล์มด้วยระบบอิเลคโทรนิคนี้ทำให้สามารถสร้างภาพที่ชัดเจนขึ้นโดยใช้ปริมาณรังสีลดลง รังสีแพทย์จะแปลผลภาพอิเลคโทรนิคของเต้านมเหล่านี้จากจอคอมพิวเตอร์ และเก็บไว้ใช้เปรียบเทียบในระยะยาวต่อไปได้ การตรวจด้วยวิธีนี้ผู้รับการตรวจจะไม่รู้สึกแตกต่างจากการการตรวจด้วยเครื่องชนิดที่ใช้ฟิล์ม (Conventional film mammogram)

ระบบ Computer-aided detection (CAD system) 
ใช้ร่วมกับ Digital mammography เพื่อหาบริเวณที่สงสัยว่าอาจจะผิดปกติ ระบบจะช่วย highlight บริเวณเหล่านี้เพื่อให้รังสีแพทย์ทำการแปลผลอย่างระมัดระวังเพิ่มขึ้นในบริเวณเหล่านี้

Breast tomosynthesis  
หรืออาจเรียกว่า  Three dimensional (3-D) mammography และ Digital breast tomosynthesis (DBT) เป็นเครื่องที่สร้างภาพเต้านมจากการตรวจเต้านมในหลายมุม และนำภาพเหล่านั้นมารวบรวมขึ้นเป็นภาพเนื้อเยื่อเต้านมในรูปแบบ 3-D ถึงแม่ว่า การตรวจด้วยวิธีนี้จะต้องใช้ปริมารรังสีสูงกว่าการตรวจด้วยเครื่องแมมโมกราฟฟี่ปกติ แต่ปริมาณรังสีไม่เกินกว่าปริมาณที่อนุญาตโดยสำนักงานอาหารและยา (FDA) ของประเทศสหรัฐอเมริกา มีการศึกษาในกลุ่มประชากรจำนวนมากพบว่าการตรวจคัดกรอง (Screening) ด้วย Breast tomosynthesis เพิ่มอัตราการพบมะเร็งระยะเริ่มต้นและลดการที่ตรวจเพิ่มเติม

แมมโมกราฟฟี่ใช้ตรวจอะไรบ้าง
การตรวจด้วยเครื่องแมมโมกราฟฟี่แบ่งได้คร่าวๆ 2 แบบ

  1. การตรวจในผู้ที่ไม่มีอาการ (Screening)
  2. การตรวจในผู้ที่มีอาการ (Diagnosis) เช่นคลำก้อนได้ที่เต้านม มีการเปลี่ยนแปลงที่ผิวหนังบริเวณเต้านม หรือมีสารคัดหลั่งผิดปกติออกมาจากหัวนม (เลือด,หนอง)

Screening mammography
เป็นการตรวจที่สำคัญในการคัดกรองหามะเร็งเต้านมในระยะเริ่มต้น เพราะมะเร็งบางชนิดอาจใช้เวลาในการเปลี่ยนแปลงในเนื้อเยื่อเต้านมเป็น ปีหรือ 2 ปีก่อนที่ผู้ป่วยหรือแพทย์จะสามารถคลำส่วนที่ผิดปกตินี้ได้ ล่าสุดวิทยาลัยรังสีแพทย์แห่งสหรัฐอเมริกา  แนะนำให้เริ่มทำการตรวจ screening mammogram  ปีละครั้งเมื่อสตรีมีอายุ 40 ปีขึ้นไป สำหรับผู้หญิงที่เคยเป็นมะเร็งเต้านม หรือมีความเสี่ยงสูงเช่น มีประวัติมะเร็งเต้านมหรือมะเร็งรังไข่ในครอบครัว ควรปรึกษาแพทย์ว่าควรรับการตรวจก่อนอายุ 40 ปีหรือไม่ หรือควรตรวจอะไรเพิ่มเติม เช่น Breast MRI

Diagnostic Mammography
เป็นการตรวจเพื่อใช้ประเมินผู้ที่มีอาการผิดปกติ เช่นคลำพบก้อน หรือมีสารคัดหลั่งผิดปกติออกมาจากหัวนม การตรวจนี้มักเป็นการตรวจเพิ่มเติมเมื่อพบความผิดปกติจาก Screening mammogram

ผู้รับการตรวจต้องเตรียมตัวอย่างไร

  1. ควรแจ้งให้แพทย์ผู้ส่งตรวจหรือรังสีแพทย์ทราบถึงอาการหรือสิ่งผิดปกติที่เกิดกับเต้านม ประวัติการผ่าตัด ประวัติการใช้ฮอร์โมน หรือยาคุมกำเนิด
  2. ไม่ควรตรวจแมมโมแกรมในช่วงใกล้กับการมีประจำเดือน เพราะเต้านมอาจตึงเจ็บกว่าปกติ ช่วงที่ดีที่สุดคือ 1 สัปดาห์หลังหมดประจำเดือน
  3. ในวันตรวจ

เครื่องตรวจหน้าตาเป็นอย่างไร
เครื่องแมมโมแกรมมีส่วนที่เป็นกล่องสี่เหลี่ยมซึ่งใส่หลอดเอ็กซเรย์ และมีส่วนประกอบที่ช่วยให้รังสีผ่านเฉพาะเต้านมที่ทำการตรวจ เป็นเครื่องที่สร้างมาเพื่อใช้ตรวจเฉพาะเต้านมเท่านั้น โดยจะมีแผ่นรองรับเต้านมและกดเนื้อเต้านมในมุมต่างๆเพื่อการถ่ายภาพ การตรวจ Breast tomosynthesis  ต้องใช้เครื่อง Digital mammography เท่านั้น แต่ไม่ใช่ทุกเครื่อง Digital mammography จะสามารถตรวจด้วยวิธี tomosynthesis ได้

เครื่องทำงานอย่างไร
เครื่องจะให้กำเนิดรังสีเอ็กซ์ในขนาดที่พอเหมาะ ผ่านอวัยวะที่จะทำการตรวจ รังสีที่ผ่านจะถูกเก็บไว้ในแผ่นรับรังสีซึ่งจะได้รับการแปลเป็นภาพผ่านระบบคอมพิวเตอร์ให้แพทย์แปลผลอีกครั้งหนึ่ง ในอดีตแผ่นรับรังสีเป็นแผ่นฟิล์มแต่ปัจจุบันได้เปลี่ยนเป็นแผ่นรับรังสีที่เป็นระบบอิเลคโทรนิคแทน แต่แผ่นฟิล์มก็ยังคงใช้อยู่

การตรวจเต้านมด้วยเครื่องแมมโมกราฟฟี่ทำอย่างไร
เป็นการตรวจที่ไม่ต้องเข้าพักในโรงพยาบาล (ตรวจแบบผู้ป่วยนอก) เจ้าหน้าที่รังสีเทคนิคที่ผ่านการอบรมเฉพาะจะเป็นผู้ทำการถ่ายภาพ โดยเริ่มต้นด้วยการจัดตำแหน่งของเต้านมให้พอเหมาะที่แผ่นรองรับที่ตัวเครื่องและใช้แผ่นใสแข็งอีกแผ่นค่อยๆกดเต้านมเพื่อให้เนื้อเยื่อแผ่ออก และไม่ขยับระหว่างทำการถ่ายภาพ

การกดเต้านมเพื่อให้เนื้อเยื่อแผ่ออกมีความสำคัญเพื่อ

ระหว่างการตรวจ เจ้าหน้าที่รังสีเทคนิคจะทำการถ่ายภาพในหลายท่าของเต้านมทั้ง 2 ข้าง ซึ่งในขณะทำการถ่ายภาพ ผู้รับการตรวจจะต้องอยู่นิ่งและกลั้นหายใจเป็นช่วงสั้นๆ เพื่อให้ภาพคมชัด ในระหว่างการถ่ายภาพเจ้าหน้าที่จะเดินไปที่เครื่องที่อยู่ใกล้ๆ โดยผู้รับการตรวจจำเป็นต้องอยู่นิ่งในขณะนั้น หลังจากถ่ายภาพเสร็จ ผู้รับการตรวจควรรอเพื่อให้รังสีแพทย์ตรวจภาพขั้นต้นก่อนเพื่อให้แน่ใจว่าพอเพียงสำหรับการแปลผล ขั้นตอนทั้งหมดน่าจะใช้เวลาประมาณ 30 นาที

หลังการตรวจจะรู้สึกอย่างไร
ผู้รับการตรวจอาจจะรู้สึกตึงหลังจากการถูกกดภายหลังการตรวจ ผู้หญิงที่มีความรู้สึกไวที่เต้านมอาจจะรู้สึกไม่ค่อยสบายมากกว่าคนอื่นๆ จึงควรแน่ใจว่าไปรับการตรวจในช่วงที่เต้านมไม่เจ๊บตึง รวมทั้งแจ้งเจ้าหน้าที่ระหว่างการตรวจถ้ารู้สึกตึงหรือเจ็บเกินไป แต่ถ้าสามารถอดทนได้การกดเนื้อเยื่อเต้านมที่เหมาะสมจะให้ภาพการตรวจที่ดีกว่า

ใครแปลผลภาพและผู้รับการตรวจจะทราบผลได้อย่างไร
รังสีแพทย์จะเป็นผู้แปลผลและส่งผลให้แพทย์ผู้ดูแลหรือแพทย์ผู้ส่งตรวจที่จะทำการอธิบายผลให้ผู้รับการตรวจได้ทราบ ในบางกรณีอาจต้องมีการตรวจติดตามผลเร็วกว่าปีละครั้งซึ่งแพทย์จะอธิบายเหตุผลให้ทราบ

การตรวจมีข้อดีหรือความเสี่ยงอะไรบ้าง
ข้อดี

ความเสี่ยง

การตรวจเต้านมด้วยเครื่องแมมโมกราฟฟี่มีข้อจำกัดอะไรหรือไม่

 

 

ข้อมูลจาก www.radiologyinfo.org

ปรึกษาปัญหา

 

จัดเตรียมโดย พญ.จามรี เชื้อเพชระโสภณ, มีนาคม 2559

 

บทความที่น่าสนใจ

สงวนลิขสิทธิ์ © 2559 รังสีวิทยาสมาคมแห่งประเทศไทย