การวินิจฉัยโรคมะเร็งด้วยเทคโนโลยีทันสมัยทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์

เครื่องเพทซีทีสแกน (PET/CT scan)
อุบัติการณ์ของโรคมะเร็งในประเทศไทยสูงขึ้นอย่างมาก ส่วนหนึ่งมาจากการที่แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคมะเร็งได้รวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น  ซึ่งส่วนที่สำคัญในการวินิจฉัยที่รวดเร็วนั้น มาจากเทคโนโลยีทางรังสีวิทยาที่มีการพัฒนาไปอย่างมาก  ปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยีใหม่ทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์ คือ การตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็งด้วยเครื่องเพทซีทีสแกน (PET/CT Scan : Positron Emission Tomography/ Computed Tomography) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการถ่ายภาพรังสีทางการแพทย์ที่ทันสมัยมาก มีความไวและความแม่นยำสูงในการตรวจวินิจฉัยโรค  จึงถูกนำมาใช้เพื่อเพิ่มความสำเร็จในการตรวจรักษาผู้ป่วย และช่วยในเรื่องการศึกษาและการวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆทางการแพทย์ ในปัจจุบันกว่า 90% ของเครื่อง PET/CT scan จะถูกใช้ในการตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็ง บอกความรุนแรงการแพร่กระจายของโรคมะเร็งเพราะสามารถตรวจทั้งร่างกายได้ในครั้งเดียวกัน บอกการกลับเป็นซ้ำของโรคมะเร็ง และสามารถใช้ในการติดตามดูผลของการรักษาโรคมะเร็งได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการรักษาด้วยการผ่าตัด การให้ยาเคมีบำบัด หรือการฉายแสงเพื่อรักษาโรคมะเร็ง

เพทซีทีสแกนคืออะไร

 

ภาพแสดงเครื่อง เพทซีทีสแกน (PET/CT scan)

เครื่อง PET/CT สามารถตรวจหามะเร็งได้อย่างไร

ก่อนที่จะทำการตรวจด้วยเครื่องเพทซีทีสแกน (PET/CT scan) ผู้ป่วยจะได้รับการฉีดสารเภสัชรังสีปริมาณเล็กน้อยเข้าสู่ร่างกายทางหลอดเลือดดำ  โดยการให้น้ำตาลกลูโคส (Glucose) ชนิดพิเศษที่มีกัมมันตรังสีในตัวเองที่เรียกว่า เอฟดีจี (FDG : Fluorodeoxyglucose) น้ำตาลชนิดที่มีกัมมันตรังสีนี้จะซึมเข้าสู่เนื้อเยื่อเกือบทุกชนิดในร่างกาย  เนื่องจากเซลล์ในร่างกายของเราใช้น้ำตาลเป็นวัตถุดิบในการสร้างพลังงาน  ดังนั้น เนื้อเยื่อที่มีการทำงานมาก  หรือแบ่งตัวมาก เช่น มะเร็ง จะจับน้ำตาลนี้ไว้ในปริมาณที่มากกว่าเนื้อเยื่อปกติ และเปล่งรังสีออกมา  ซึ่งเราสามารถเห็นความผิดปกติหรือรอยโรคได้จากการถ่ายภาพด้วยเครื่องตรวจเพทซีทีสแกน (PET/CT scan) ซึ่งภาพที่ได้จะถูกประมวลผลโดยแพทย์เฉพาะทาง  เพื่อให้การวินิจฉัยโรคต่อไป  สำหรับสารเภสัชรังสีที่ฉีดนั้นไม่มีอันตรายต่อร่างกายแต่อย่างใด เนื่องจากมีปริมาณรังสีต่ำมากมีครึ่งชีวิตสั้น และจะถูกขับออกจากร่างกายได้ทางปัสสาวะ

ข้อดีของการตรวจด้วยเครื่อง PET/CT

  1. ให้รายละเอียดการวินิจฉัยโรค และระยะของโรคที่ไม่สามารถบอกได้จากการตรวจอื่นๆ เช่น เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT), เครื่องกำทอนแม่เหล็ก (MRI)
  2. บอกระยะของโรคมะเร็งได้ถูกต้องแม่นยำ ทำให้แพทย์สามารถเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมให้ผู้ป่วยแต่ละราย ลดค่าใช้จ่าย และภาวะแทรกซ้อน จากการรักษาที่ไม่จำเป็น
  3. สามารถดูการกระจายของมะเร็งได้ทั้งตัวจากการตรวจครั้งเดียว
  4. สามารถตรวจหามะเร็งที่เหลืออยู่และการกลับเป็นซ้ำหลังการรักษา
  5. ให้การวินิจฉัยระยะของโรคได้อย่างถูกต้องแม่นยำ ทำให้แพทย์สามารถเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมให้ผู้ป่วยแต่ละราย
  6. เป็นการตรวจที่ปลอดภัย ซึ่งผู้ป่วยจะไม่ได้รับความเจ็บปวดใดๆ

ข้อมูลอ้างอิง

  1. สามารถ ราชดารา http://haamor.com/th/PET-scan/
  2. สุภัทรพร  เทพมงคล https://www.doctor.or.th/clinic/detail/8334
  3. ศูนย์วิจัยศึกษาและบำบัดโรคมะเร็ง สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ http://www.cccthai.org/th/main/Cyclotron.htm
  4. http://www.jupitermed.com/pet-ct
  5. www.chulacancer.net/patient-knowledge-inner.php?id=138

 

ข้อมูลและภาพโดย : ดุสิต  หรุ่นโพธิ์ นักรังสีการแพทย์เชี่ยวชาญ โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์

บทความที่น่าสนใจ

สงวนลิขสิทธิ์ © 2559 รังสีวิทยาสมาคมแห่งประเทศไทย